Search

Showing posts with label architecture. Show all posts
Showing posts with label architecture. Show all posts

03 March 2008

BODW 2007

















BODW 2007

Business of Design Week

Asia's Leading Design Event


by Phanuphong Paothong



ในบรรดางาน Event ด้านการออกแบบทั่วโลกนั้น หากมองหางานใหญ่ๆในแถบเอเชียเราคงต้องไม่พลาดงานสำคัญอย่าง BODW หรือ Business of Design Week ที่จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว ณ เกาะฮ่องกง หากใครสงสัยว่าทำไมฮ่องกงถึงมี Design Event ที่สำคัญแบบนี้เกิดขึ้นได้ และประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าปีก่อน คงต้องยกความดีความชอบให้กับการให้ความสำคัญของการออกแบบ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนได้สนับสนุนงานนี้กันอย่างเต็มที่ และเมื่อเราได้เห็นผลงานและแผนงานในอนาคตที่เกี่ยวกับด้านงานออกแบบของฮ่องกงนั้น เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าที่ฮ่องกง เป็นอีกคู่แข่งหนึ่งในวงการออกแบบทั่วโลก และน่าจับตามองอย่างยิ่ง



BODW 2007 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยมี Event ที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับผู้คนในแวดวงออกแบบเป็นอย่างมาก ที่ไม่ควรพลาดเลยคือ BODW Forum ที่รวมเอา Speaker ระดับโลกมาบรรยายให้แก่ผู้เข้าร่วมงานกันอย่างเต็มอิ่ม จุใจ ถึง 3 วัน นักออกแบบที่ชื่อเสียงคุ้นหูอย่าง Marc Newson, Tom Dixon, Massimo Iosa Ghini และ Zaha Hadid นอกจากนี้ยังมี Speaker ท่านอื่นๆที่เป็นดาวเด่นในวงการออกแบบในภูมิภาคเอเชีย ตบเท้า เข้าแถวกันมาบรรยายที่งานนี้กันด้วย และยังมี Inno Asia ซึ่งเป็นการรวมเอาธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านงานออกแบบของฮ่องกง และจากต่างประเทศมาเปิดบูธกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล และแสดงผลงานให้ผู้ร่วมงานได้ชม



ความเป็นมาของงาน BODW นั้นมาจากความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบทั้งหลาย ที่กำลังเป็นน่าจับตามองในธุรกิจหลายๆแขนง ซึ่งมองลึกลงไปในธุรกิจและอุตสาหกรรมใหญ่ๆของโลก ล้วนหนีไม่พ้นการออกแบบที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้านั้นๆ ซึ่งในงานนี้จะเน้นไปในด้าน Design Business ล้วนๆ ในปีนี้ BODW มี Partner Country คือประเทศอิตาลี ที่จะมาร่วมงานกับ BODW ในการช่วยกันเผยแพร่ข้อมูล และแลกเปลี่ยนแนวคิดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ในครั้งนี้ทางประเทศอิตาลีได้นำเอานักออกแบบจากอิตาลี และธุรกิจที่มีงานดีไซน์มาเกี่ยวข้องหลายๆบริษัท เช่น Kartell และ Iosa Ghini Associates Architecture and Design มาบรรยายถึงแนวคิดในการสร้างงานออกแบบกับธุรกิจตามสไตล์ของอิตาลี ที่ผู้นำในการออกแบบที่สำคัญประเทศหนึ่งของโลก



สิ่งที่เรามองเห็นจากงานนี้อย่างชัดเจนคือ การสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ อย่าง HKDC (Hong Kong Design Centre) ที่จัดงานนี้ขึ้นมาได้อย่างสมบรูณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ และให้ความสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบโดยตรง ซึ่งในความเป็นจริงนั้นงานออกแบบอาจจะไม่สามารถจับต้องได้ หรือไม่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินให้เห็นได้อย่างชัดเจน แต่การที่หน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญนั้นทำให้ธุรกิจนี้สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด เราจะได้เห็นผลงานใหม่ๆของดีไซเนอร์ต่างๆ โครงการสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ตลอดจนความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ และกลยุทธทางการตลาดที่ใช้ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้จากงาน BODW นี้



กลับมาที่บ้านเรา ถึงแม้จะมี Event ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบมากมาย แต่ก็ยังเป็นหน่วยเล็กๆของภาพรวมที่เราเห็น งานสำคัญอย่าง Bangkok Design Festival ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งเราอยากเห็นภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับงานออกแบบมากขึ้น และเปิดให้นักออกแบบและผู้สนใจในประเทศได้สัมผัสกับผลงานจากต่างประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีอีกทางหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ ต่อยอดแนวคิดการออกแบบและธุรกิจให้แก่ประเทศของเราด้วย ในฉบับนี้เราเก็บภาพบรรยายการโดยรวมของ BODW 2007 มาฝากก่อน และฉบับหน้าเตรียมพบกับเจาะลึกเรื่องราวและผลงานของดีไซเนอร์และสถาปนิกจากงาน BODW 2007 รับรองว่าน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง







David Chipperfield Architects













America’s Cup Building ‘Veles e Vents’ at Valencia

By David Chipperfield Architects

text by Phanuphong Paothong

image by David Chipperfield Architects








America’s Cup คือโปรแกรมการแข่งขันเรือใบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก หรือจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมกีฬาที่แข่งขันกันมานานมากกว่า 150 ปี ถึงแม้ว่าชื่อจะเป็น America แต่จริงแล้วโปรแกรมแข่งขันนี้จัดขึ้นใน Valencia ประเทศสเปน ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่าเมื่อก่อนทีม America คว้าชัยชนะได้อยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้มีประเทศอื่นเข้ามายืนแทนที่แชมป์อีกหลายประเทศ ที่น่าสนใจอีกอย่างคืออาคารที่ใช้สำหรับเข้าชมการแข่งขัน ซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต เรามาดูกันดีกว่าว่าอาคารแห่งนี้มีความเป็ฯมาอย่างไร...



เมื่อมีการแข่งขัน ย่อมมีผู้ชม และเมื่อมีผู้ชม ก็ต้องมีสถานที่สำหรับชมการแข่งขันนี้ นั่นคือ America’s Cup Building ‘Veles e Vents’ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของงานนี้ นอกจากจะเป็นจุดชมการแข่งขันแล้วยังเป็นสถานที่สำหรับจัดการเกี่ยวกับการแข่งขัน และที่สำหรับทีมที่เข้าแข่งขันด้วย ‘Veles e Vents’ เป็นชื่อของอาคารนี้ ซึ่งแปลว่า ‘Sails and Winds’ นั่นเอง



David Chipperfield Architects เป็นผู้ได้รับหน้าที่ในการออกแบบที่แห่งนี้ เพราะผลงานนี้เป็นผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจากแบบทีส่งเข้าประกวดในปี 2005 และก่อสร้างในระยะเวลา 11 เดือน อาคารคอนกรีต 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 10,000 ตารางเมตร สร้างขึ้นบนลานจอดรถของตัวอาคารเอง รูปร่างเหมือนแผ่นสี่เหลี่ยมซ้อนขึ้นไปแบบเหลื่อมล้ำกันไปเป็นชั้นๆ ทำให้มีจุดชมวิวที่สามารถเปิดทัศนียภาพชมทะเลได้กว้างไกลสุดขอบสายตา ในแต่ละชั้นยังมีพื้นที่ ที่ถูกยืดออกมาเป็น space โดยรอบเพื่อเป็นจุดชมการแข่งขัน และบางชั้นยังมีพื้นที่ยาวออกไปถึง 15 เมตร ทำให้อาคารนี้มีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นพื้นที่ภายนอกมากว่า 60% ของพื้นที่ทั้งหมดด้วย นับว่าเป็นการออกแบบที่ตอบสนองการใช้งานของอาคารได้อย่างดี



ชั้นล่างสุดของอาคารทำหน้าที่เป็น Reception เปิดต้อนรับผู้มาเยือนด้วยร้านอาหาร และคลับต่างๆสำหรับบุคคลทั่วไป และสำหรับชั้นอื่นๆนั้นเป็นสถานที่สำหรับ VIP ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และมีร้านค้า ร้านอาหาร คลับต่างๆ สำหรับผู้ที่มาเป็นแขกพิเศษของ America’s Cup เท่านั้น



การตกแต่งภายในนั้น เน้นความเรียบง่าย ใช้สีขาวในการตกแต่งภายในเป็นส่วนใหญ่ และเลือกชุดเฟอร์นิเจอร์สีสว่างสดใสเข้ามา ทำให้ภายในดูสว่างไสว สบายตา ส่วนที่พื้นบริเวณที่เป็นภายนอกอาคารนั้นเป็นพื้นไม้เรียบๆ แต่ภายในเป็นพื้นเรซิ่นสีขาว เพดานเป็น Metal Panel สีขาว เรียบง่าย



ความสดใหม่ของการออกแบบนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งของโปรแรกมการแข่งขันที่น่าสนใจระดับโลก และทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวใดๆ งานออกแบบก็ได้รับความสนใจ และให้ความสำคัญมากขึ้น วิถีชีวิตของเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกันอย่างปฎิเสธไม่ได้เลย...








ROJKIND ARCHITECTOS
















โรงงานผลิตช็อคโกแล็ตที่คุณจินตนาการอาจจะเป็นเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Charlie and The Chocolate Factory หรือคุณอาจจะไม่คิดว่ามันจะมีจริงซะด้วยซ้ำ แต่ที่ประเทศเม็กซิโกมีโรงงานผลิตช็อคโกแล็ตแห่งหนึ่ง ที่สร้างสรรค์พื้นที่นี้ขึ้นมาเพื่อเป็น Nestle Chocolate Museum ที่นอกจากจะเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท Nestle แล้ว ยังเป็นอีกผลงานหนึ่งของสถาปนิกชาวเม็กซิกันนามว่า Michel Rojkind



Michel Rojkind และบริษัทของเขาคือ ROJKIND ARCHITECTOS รับบรีฟงานออกแบบสั้นๆ เกี่ยวกับการ Re-Design ทางเดินเพื่อเข้าสู่โรงงานผลิตช็อคโกแล็ตของ Nestle ซึ่งโดยปกติจะเปิดให้เข้าชมอยู่แล้ว แต่หลังจากได้รับบรีฟแล้ว Rojkind และทีมงานถามว่าทำไมไม่ทำอะไรที่ใหญ่กว่า ที่ต่างออกไปอย่าง การสร้างอาคารขนาดย่อมลงไปบนพื้นที่ที่มี เพื่อเป็นทางเข้าสู่ตัวโรงงานแทน และในอาคารนี้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Museum ด้วย ที่นอกจากจะเป็นส่วนของการแสดงข้อมูลต่างๆในการผลิตแล้ว ยังเป็นร้านค้าของที่ระลึกได้ด้วย



ตัวอาคารยาวประมาณ 300 เมตร ถูกสร้างให้เหมือนกล่องกระดาษที่พับไปมา ทำให้เกิดมิติที่แตกต่างกันไปในหลายๆมุมมอง เป็นเหมือนประตูที่เปิดสู่โรงงานช็อคโกแล็ต เด็กๆที่เดินเข้ามาจะได้สัมผัสกับความรื่นรมย์อย่างแท้จริงในพื้นที่กว่า 642 ตารางเมตร และภายในก็ประกอบไปด้วย Hall แสดงนิทรรศการต่างๆที่เกี่ยวข้อง Auditorium และ Museum Shop นอกจากนี้ความแปลกตาและโดดเด่นของอาคารยังสร้าง Landscape ใหม่แก่ถนนสายที่วิ่งทอดยาวไปข้างๆ ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวและผู้คนในพื้นที่ให้มาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่นี่



ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ...สัตว์ประหลาด หรือยานอวกาศจากอนาคตก็ตาม Rojkind ได้สร้างสถานที่ ที่เป็น Identity ของตัวเองอย่างแท้จริง เป็นที่ ที่จะเปิดประตูสู่การท่องเที่ยว ผจญภัยไปยังสิ่งแปลกใหม่ของเด็กๆ และผู้ที่ชื่นชอบช็อคโกแล็ตอีกมากมาย



นับว่าเป็นผลงานที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นอย่างดี จาก Project ปรับปรุงทางเดินเท้า กลายเป็น Museum ที่นำพาทุกคนไปยังโรงงานผลิตช็อคโกแล็ต ซึ่งทั้ง Form และ Function ได้ผสานกันอย่างลงตัว แต่คุณรู้หรือไม่ Rojkind ใช้เวลาทั้งหมดกับโครงการนี้เพียงแค่ 2 เดือนครึ่งเท่านั้น (ทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง)



ผลงานของ ROJKIND ARCHITECTOS ยังมี Concept Design ของ Dubai Marina ที่ Dubai และ Hex Tower ใน Mexico และชื่อของ Michel Rojkind ก็ยังปรากฏใน Short List ของ Design Competition ใน Canada และ Spain ด้วย






CONSTRUCTION 634 sq.meters

PROGRAM RECEPTION, AUDITORIUM, MUSEUM SHOP

CLIENT NESTLÉ

DESIGN YEAR January 2007

DATE OF COMPLETION march 2007



CREDITS

ARCHITECTURAL PROJECT ROJKIND ARQUITECTOS [MICHEL ROJKIND]



PROJECT TEAM AGUSTIN PEREYRA, MAURICIO GARCIA-NORIEGA, MORITZ MELCHERT, JUAN CARLOS VIDALS, PAULINA GOYCOOLEA, DANIEL DUSOSWA, MATTHEW LOHDEN.



ALL PHOTO ARE COURTESY OF ROJKIND ARCHITECTOS



VISIT ROJKIND ARCHITECTOS AT www.rojkindarquitectos.com




26 November 2007

Kisho Kurokawa


image from wallpaper

Kisho Kurokawa สถาปนิกชาวญี่ปุ่น เพิ่งเสียชีวิตลงไปไม่นานนี้ ผลงานของเขาเป็นสิ่งหนึ่งที่เปิดโลกสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นในช่วงยุคหลังสงครามโลก จนถึงยุคโมเดิร์น

สิ่งที่ Kisho Kurokawa ทิ้งไว้นอกจากจะเป็นผลงานสถาปัตยกรรมมากมายแล้ว ยังมีทฤษฎีในเรื่องสถาปัตยกรรมของเขาที่เขาสร้างไว้ คือการสร้างผลงานนั้น ผลงานจะต้องไม่เป็นสิ่งที่แยกออกจากสิ่งรอบข้าง โดยไม่ได้มองว่าเป็นชิ้นส่วนของจักรกลหรือเครื่องจักร ในทางกลับกัน ผลงานทุกชิ้นควรอยู่ร่วมกัน และทำหน้าที่ที่สนับสนุนกันอย่างเหมาะสม

ผลงานของ Kisho Kurokawa ยังมีให้ดูอีก ลองไปดูที่เว็บของเขาที่ http://www.kisho.co.jp/
หรือคลิกโดยตรงที่นี่
1960's
1970's
1980's
1990's
2000-
Furnitures