Search

30 April 2008

วิธีแก้แค้นผีในเรื่อง 4 แพร่ง (สปอย)

 
 
 
เรื่องแรก เหงา
 
ผีเลว มาลากคนไปตาย ทั้งๆที่คนเค้าบาดเจ็บเพราะเอ้งนั่นแหละ หล่อแค่ไหนก็ไม่สนนะคะคุณ

วิธีแก้ไข มีตอนนึงผีส่งเมสเสจมาบอกว่า "อย่าปิดมือถือ ผมไม่ชอบ" ให้เขียนตอบไปว่า "เรื่องของมรึง"

ตอนผีบอกว่า "กำลังไปหา" ให้เขียนตอบไปว่า "ซื้อโจ๊กกองปราบมาฝากด้วย ไม่มีของฝากอย่าสะเออะมาเชียว"

สุดท้าย ตอนผีตุ้งแช่ คราวหลังให้เอากระจกมากั้นไว้หลอกผี พอผีพุ่งเข้ามา โครม สม



เรื่องที่สอง ยันต์สั่งตาย จริงๆสมน้ำหน้าพวกพระเอก ไปแกล้งเค้าดีนัก แต่ถ้าอยากแก้แค้นกลับ ให้ทำดังนี้

วิธีแก้ไข ตอนผีหันมาถามว่า "แบบนี้ใช่มั้ยที่เรียกว่าย่างสด" ให้ตอบว่า "เปล่า แบบนี้เรียกกอลั่ม"

ตอนผีมาหลอกในห้องสอบสวน แล้วพยายามจะให้ดูหนังสือยันต์สั่งตาย ให้เตรียม FHM เล่มน้องปีใหม่ไว้ แล้วชิงให้มันดูก่อน มันจะกะโจ๊เดี่ยวแล้วขาดสมาธิในการหลอก ช่วงนี้ให้อาศัยทีเผลอแย่งยันต์สั่งตายมา

ส่วนผีเพื่อนๆที่มาดึงไปอยู่ด้วย ให้บอกไปว่า "ขอกรูตามหาแหวนก่อนนะ"




ตอนที่สาม คนกลาง อันนี้ไม่มีอะไร นอกจากจะบอกว่า ถ้าเอ้งจะบอกว่ากรูตายแล้ว ตะโกนบอกจากนอกเต๊นท์ก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าเละๆมายืนข้างๆแล้วไม่พูดอะไรหรอก

ปล. ตอนจบชาแมนคิง มันปาหมอนกัน



เรื่องสุดท้าย เที่ยวบิน 224 ผีน่าหมั่นไส้ กลิ้งมาอยู่ได้

วิธีแก้ไข อาหารเจ้าหญิง เอากุ้งออกแล้วใส่ยาถ่ายลงไปแทน เวลาเป็นผี มันจะปวดขี้ และน่ากลัวน้อยกว่าผีอ้วกแตก แล้วพอผีหลอก เราจะได้ยินเสียงตดแทนเสียงไออ้วก เราจะขำ ไม่น่ากลัว

ตอนเครื่องบินตกหลุมอากาศ แล้วศพกลิ้งมาหา ให้เอาตีนยันไว้

ตอนผีถอดผ้าห่อศพออก ให้แอบเอาไปซ่อนใต้เบาะ ผีกลับมาจะหาไม่เจอ สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆ

ตอนที่ผีขยับตัวใต้ผ้าห่อศพ ให้โทรศัพท์บอกกัปตันว่า "เจ้าหญิงยังไม่ตายค่า"

พอเอาอาหารไปเสิร์ฟนักบิน แล้วกัปตันหันมามองว่าทำไมยังไม่ออกไปเสียที ให้บอกไปว่า "มาช่วยตามหาดารารายค่ะกัปตัน"

สุดท้าย ตอนบอดี้การ์ดเข้ามาเจอนอนกราบแบบคอกลับหลัง ให้บอกไปว่า "โยคะร้อนท่าใหม่ค่ะ" แล้วลุกขึ้นทำงานตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


.............
น่าทำออกมาเหมือน Scary Movie นะเนี่ย

 

The Middle East Architecture

The Middle East Architecture
posted on 11 Jan 2007
 
สถาปัตยกรรมที่เราเห็นในแถบตะวันออกกลางนั้นมีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิต และความเชื่อทางศาสนา มาประกอบกันจนเป็นเอกลักษณ์ที่ยากที่ประเทศอื่นๆจะเลียนแบบไปใช้ เมื่อเดือนที่แล้วแพคก็ไปด้อมๆมองๆ "อยู่อย่างอารยะ" ที่ TCDC มาแว๊บนึง แล้วก็สนใจเรื่องการออกแบบบ้านของกลุ่มประเทศอาหรับ หรือแถบ Middle East ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมสูงมาก นอกจากสถาปัตยกรรมที่ดูแล้ว แพคว่าอีกไม่นาน Trend การออกแบบแนวอาหรับคงเริ่มมาแรงในกระแสการออกแบบแน่ๆ เพราะมันเป็น Modern + Islamic signature ที่ดูแล้วโปร่งสบาย ให้ความหมายในมุมมองต่างๆที่เราเข้าไปสัมผัส หลายๆบ้านที่แพคไปเห็นใน Exhibition นั้นมีโถงกลางบ้านที่ถือว่าดูสวยงามและมีประโยชน์มาก โถงกลางบ้านนี้ถูกประยุกต์ขึ้นมาใช้เพราะว่าบ้านในแถบอาหรับมักตั้งอยู่ท่ามกลางความร้อนและทะเลทราย จึงไม่ค่อยมีการทำหน้าต่างให้ลมผ่านเหมือนบ้านเรา เพราะว่าถ้ามีพายุทะเลทรายเข้ามามันจะซวยได้ เค้าจังเปลี่ยนไปใช้การทำโถงใหญ่ๆ ที่เปิดโล่งให้แดดส่องเข้ามาจากด้านบนแทน เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จะเข้ามาด้านข้างตัวอาคารด้วย การจัดวาง ต่างๆ เป็นรูปแบบที่เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมแบบนี้ เช่นกำแพงทึบๆ หนาๆ ดูเรียบๆ แล้วก็แข็งแรง วัสดุ และสีที่ใช้ ใหอารมณ์แบบ real middle east สุดๆ วัฒนธรรมแบบ Middle East ก้าวกระโดดไปไกลมาก ตึกใหญ่ระฟ้าที่มีการออกแบบสวยงาม เกิดขึ้นมากมายในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาที่ Dubai, Doha และ Dubai เป็น Destination ที่สุดยอดไปแล้วสำหรับยุคนี้ อยู่ๆทะเลทรายแห้งๆก็กลายเป็นเมืองแห่งสีสันและความทันสมัย ถ้าใครเคยเห็นโครงการหมู่เกาะ ต้นปาล์ม และ World Island คงจะชอบแน่ๆ

 

External link photo source from Google search :

29 April 2008

ARCHITECT'08

เมื่อวานไปงานสถาปนิกมา ถ่ายรูปมาเต็มเลย

 

เป็นงานที่มีสาระมากๆ คุณภาพเต็มๆ

27 April 2008

4Bia : สี่แพร่ง (สปอยสุดเดช)

MOVIE NUTRITION FACTS
ความสด - 5 ดาว
ความสนุก - 4.5 ดาว
ความเครียด - 0 ดาว (แปลว่าไม่อยากให้หนังจบ)
ควรไปดูหรือไม่? - ควร

Category:
Movies
Genre: Horror

4 แพร่ง เป็นหนังสยองขวัญสั้นๆ 4 เรื่อง ดำเนินเรื่องไม่ซับซ้อน ตัวละครไม่มาก แต่สามารถกระชากใจเราได้มาก ถือว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบปีนี้ที่เราจะแนะนำว่าควรไปดูอย่างยิ่ง เพราะว่านานๆจะมีหนัง "ผี" ดีๆ ออกมาให้ดูกันสักที

เรื่องแรก .. เหงา

เรื่องนี้บอกตรงๆว่าไม่เข้าใจเท่าไหร่ ตกลงว่าผู้ชายที่ส่ง sms มาเป็นแฟนกับผู้หญิงหรือเปล่านะ เรื่องนี้เป็นหนังที่สุดยอดมากๆในความคิดของเรา เพราะมันไม่มีบทพูดเลย ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของตัวอักษร ทั้งผ่าน SMS หน้าจอคอมพิวเตอร์ และที่เหลือก็คือฉาก และดนตรีล้วนๆ

ฉากหลายๆฉากที่เชื่อมโยงกันกับเรื่องอื่นๆ อย่างตอนที่เปิดอินเตอร์เน็ทไปหาข้อมูลก็มีข่าวของของเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ ก่อนเจอข่าวที่เป็นงานศพด้วย

เรื่องที่สอง ... ยันต์สั่งตาย

เรื่องนี้ออกจะเป็นแนว CG นิดนึง ดำเนินเรื่องไวไปหน่อย แต่ก็ดึงความกลัวออกมาได้ในตอนที่ลูกสัปเหร่อที่เป็นผีออกมากระซิบที่ข้างหูว่า เผาทั้งเป็น !! เป็นผีที่น่ากลัวที่สุด และเป็นผีตระกูลเดียวกับ body#19 ทั้งภาพและสีก็ยังเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เรื่องที่สาม ... คนกลาง

เรื่องนี้รุ่นพี่เราเล่นแบบฮาๆ เช่นเคย (พี่เผือก) เรื่องนี้ชอบมาที่มีจุดหักมุมแบบที่คิดไว้ ซึ่งเริ่มสงสัยประมาณกลางๆเรื่องแล้วว่ามันต้องตายกันหมดแน่ๆเลย เรื่องนี้ไม่ชอบฉากที่ควานหาแว่นตาเท่าไหร่ ดูแล้วเหมือนฉากในเรื่องหอแต๋วแตก ตอนโก๊ะตี๋แปลงร่างเป็นอึ่ง ... ส่วนตอนจบก็แน่มากๆ ยังหาจุดเชื่อมต่อกับเรื่องอื่นๆไม่ได้เลย กลับมานั่งคิดว่ามันตายกันตั้งแต่เรือคว่ำเลยใช่ไหมนะ?

เรื่องที่สี่ ... เที่ยวบิน 224

เรื่องนี้ก็น่ากลัว มีฉากตกใจอยู่หลายฉากเหมือนกัน สะใจมากกับฉากส้นสูงชงกาแฟ และในบางมุมก็ดูไม่เหมือนพลอยเท่าไหร่ ตอนจบใช้ได้เลยทีเดียวแหละ กับฉากคอหัก ก้มกราบ ไม่รู้กัปตันออกมาจาก cockpit จะทำหน้ายังไง จุดเชื่อมต่อกับเรื่องอื่นๆคือเพื่อนแอร์อีกคนมาไม่ได้ เพราะว่าน้องชายจมน้ำตายที่เชียงใหม่ ซึ่งน้องชายของเพื่อนแอร์คนนั้นก็คือกลุ่มของพวกที่ไปเดินป่ากันนั่นเอง แต่เรื่องนี้ดูตั้งแต่แรกก็รู้เลยว่าพลอยเป็นชู้กับสามีเจ้าหญิงน่ะ

Cinema : SF World
Theatre 8 : Seat B 11 - 12
11.50am

http://www.seeprang.com/

20 April 2008

การเขียนสารคดีเชิงท่องเที่ยว

การเขียนสารคดีเชิงท่องเที่ยว เป็นรายงานตอนเรียนปีสอง ของวิชา Basic Journalism ที่ธรรมศาสตร์


ปัจจุบันสารคดีถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในหนังสือพิมพ์ เพราะถือว่าสารคดีได้มีบทบาทหน้าที่ในการให้การศึกษา ความรู้ และความบันเทิงแก่ผู้อ่าน สารคดีท่องเที่ยวเป็นอีกรูปแบหนึ่งที่เป็นที่นิยมในหนังสือพิมพ์เมืองไทย รายงานฉบับบนี้ได้ศึกษาตัวอย่างการเขียนสารคดีจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของการเขียน ลักษณะภาษาที่ใช้ และจุดมุ่งหมายของงานสารคดีนั้น

 

ลักษณะความแตกต่างของสารคดี และ ข่าว
· สารคดีเป็นการเขียนที่ใช้ภาษาสร้างสรรค์ และภาษาที่มีเอกลักษณ์

· สารคดีเป็นการเขียนที่ใช้มุมมองจากผู้เขียนเอง

· สารคดีคือข่าว ที่แทรกความคิดเห็นของผู้เขียนไว้

· สารคดีให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน

· สารคดีมีความยาวมากกว่าข่าว สามารถเขียนได้ยาว เพราะมีข้อมูลมาก

 

หลักการเขียนสารคดี
สารคดี หมายถึง หนังสือที่มีเนื้อหาสาระ เป็นเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับบุคคล หรือเหตุการณ์ที่เป็นจริงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ ความคิด และความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน สารคดีกับบทความมีลักษณะคล้ายกันมาก แต่จะแตกต่างกันตรงที่สารคดีมีความรู้เป็นแก่น มีความคิดเห็นเป็นส่วนประกอบ แต่บทความจะมีความคิดเห็นเป็นแก่น และมีความรู้เป็นส่วนประกอบ อีกทั้งสาคดีต้องใช้สำนวนโวหารที่คมคาย ลึกซึ้งชวนอ่านและให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่บทความไม่ต้องคำนึงถึงความสนุกสนานก็ได้ เนื้อหาที่จะนำมาเขียนนั้นเป็นความรู้ ข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ้งแล้วแต่ผู้เขียนว่าจะถนัดเขียนเรื่องแบบใด เรื่องที่จะนำมาเขียนอาจกล่าวโดยย่อมีดังนี้

· เรื่องทั่วไป เช่น การท่องเที่ยว การกีฬา การจราจร

· ปรัชญา เช่น เรื่องคติธรรม

· ศาสนา เช่น ความรู้เกี่ยวกับศาสนาต่าง

· สังคมศาสตร์รวมไปถึงประวัติศาสตร์ การศึกษา โบราณคดี วัฒนธรรม ประเพณี

· ภาษาศาสตร์ เช่น วรรณคดี ภาษา คติชน นิรุกติศาสตร์

· วิทยาศาสตร์ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี กลศาสตร์

· เกษตรศาสตร์ เช่น การประมง การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์

· ศิลปะ เช่น จิตกรรม สถาปัตยกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี

 

สารคดีท่องเที่ยว

สารคดีท่องเที่ยว เป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ มุ่งให้ความรู้แก่ผู้อ่านในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเป็นอยู่ของผู้คน ขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยมและวัฒนธรรมรวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นคู่มือนักเดินทาง เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร สถานที่สำคัญ ฯลฯ นอกจากนี้ผู้เขียนมักให้ข้อสังเกต และแสดงทัศนะต่อสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย จะสังเกตได้ว่า สาระคดีท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ที่นำเที่ยวในสถานที่เดียวกัน แต่ผู้เขียนก็สามารถ นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจในแง่มุมที่ต่างกัน และบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะผู้เขียนแต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ในการเสนอโลกทัศน์และลีลาภาษา ทำให้ผู้อื่นสนุกสนานและได้รู้จักสถานที่นั้นอย่างละเอียด ด้วยทัศนะลีลา น้ำเสียง และแง่มุมที่ผู้เขียนนำเสนอไว้ต่าง ๆ กัน

วิธีการเขียนสารคดีมีรูปแบบการเขียนหลายลักษณะที่นิยมคือ ความเรียง บันทึก และจดหมาย ในปัจจุบันนิยมเขียนสารคดีที่มีรูปแบบเป็นบันเทิงคดีเพิ่มขึ้น คือ สารคดที่นำเรื่องราวที่เป็นเรื่องจริงมาเขียนแบบเรื่องสั้นหรือนวนิยาย มีตัวละคร บทสนทนา ฉาก มีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว ชวนติดตาม ทำให้เกิดความสนุกสนานแก่ผู้อ่าน

การเลือกเรื่องเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง เพราะเรื่องที่นำมาเขียนจะน่าสนใจหรือไม่ อยู่ที่การเลือกเรื่อง เนื้อหาของสาระภายในเรื่อง จะต้องน่าสนใจ ตื่นเต้น ในแง่คิดที่ทันสมัยหรือให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเป็นที่สนใจของคนทั่วไป

การตั้งชื่อเรื่องนั้นยิ่งจำเป็นมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้อ่านสะดุดตา ทำให้ผู้อ่านอยากอ่านเรื่องราวที่เขียน ชื่อเรื่องนั้นจะตั้งให้สะดุดตา โลดโผน เร้าใจผู้อ่านอย่างไรก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะต้องสัมพันธ์กับชื่อเรื่องเสมอไป อย่างให้ชื่อเรื่องอย่างหนึ่ง เนื้อเรื่องอีกอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้สารคดีนั้นด้อยค่าลงทันที

 

เมื่อเลือกเรื่องและตั้งชื่อเรื่องแล้ว ต่อไปจึงเป็นขั้นตอนในการเขียนสารคดี ซึ่งอาแบ่งได้ดังนี้ คือ

 

· ระยะการเตรียมตัว เป็นระยะที่สำคัญมาก ต้องอ่าน ต้องสัมภาษณ์ ต้องดูของจริง เพื่อค้นหาหลักฐานประกอบสารคดี

· ระยะลงมือเขียน ต้องขึ้นต้นให้น่าสนใจ อันเป็นการเรียกร้องความสนใจของผู้อ่าน

· เนื้อหา จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ และง่ายต่อการตีความ การเขียนต้องมองทุกแง่มุม ทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไม่ดี ถ้ามีการแสดงความคิดเห็น ก็ควรมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในขณะเดียวกัน

เรียบเรียงโดย ภานุพงษ์ เป๋าทอง คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บทความชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Introduction to Journalism มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ถึงนักเรียน นักศึกษาที่ search มาเจอหน้านี้ เพื่อทำการบ้านส่งอาจารย์ จะลอกไปก็ลอกได้ แต่ลอกไปแล้วก็หาอ่านที่อื่นเพิ่มเติมด้วยนะจ๊ะ copy ไป ใช้เลย มันไม่ดีนะจ๊ะ

· วิธีเขียน ถ้าจะเขียนลงนิตยสารใด ก็ควรศึกษาวิเคราะห์นิตยาสารนั้นว่า มีแนวโน้มอย่างไร เช่น เน้นความสนุกสนานเพลิดเพลิน เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเดินทางโดยเฉพาะ หรือเน้นสารคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย เป็นต้น ผู้เขียนควรเขียนให้ชวนติดตาม ไม่ใช้ภาษารุงรัง เมื่อเขียนแล้วควรตรวจทานแก้แล้วแก้อีก จนกว่าเห็นว่าสมบูรณ์ กระชับสละสลวย

เทคนิคการเขียนสารคดี 12 ประการ ของ Jill Black*

*สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.planetquill.com

1. Have you selected your intended subject topic and carefully planned out your idea?

- คุณเลือกหัวข้อสารคดีที่ตนเองสนใจที่จะเขียน และวางรูปแผนรูปแบบ

เนื้อหาสารคดีแล้วหรือยัง ?

 

2. Have you sent your idea query pitch to magazines or newspapers who may be interested? or will you write "on spec"?

- คุณได้ลองส่งหัวเรื่องให้แกสำนักพิมพ์เพื่อพิจารณาหรือยัง

หรือว่าคุณใช้การเขียนตามรูปแบบที่สำนักพิมพ์กำหนด

 

3. Have you adequately researched your topic?

Read everything you can on the topic from all available sources - bookstores, newspapers, libraries, periodical indexes and internet sources. Never discard anything about your subject topic since you don't know until you write it up what you may actually want to use.

Tip: Saving magazines, newspapers and clippings for the subject matter can save time when researching future writing assignments on the same topic or when working to deadlines. Catalogue all your collected material for easy reference.

- พยายามอ่าน หาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือ หนังสือพิมพ์ ห้องสมุด ฯลฯ ไม่ควรละเลยข้อมูลเล็กๆน้อยๆจนกว่าคุณจะได้เขียนมันออกมาจริงๆ เพราะคุณอาจจะต้องการใช้มันทีหลังก็ได้ การเก็บหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเก่าๆไว้ก็สามารถช่วยได้มาก

 

4. Have you interviewed the key person/people you need for your proposed feature?

- ทำการสัมภาษณ์ ผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลในสารคดีที่เราจะเขียน

 

5. Have you discarded everything in your research except for factual information?

- คุณคัดสรรข้อมูลจากการค้นหา เฉพาะที่เป็นข้อเท็จจริงแล้วหรือยัง

 

6. Have you checked and cross-referenced your facts amongst your various sources.

- คุณตรวจสอบความเชื่อมโยงของข้อมูลที่คุณค้นหาแล้วหรือยัง

 

7. Have you decided on the length of the article? Have you checked the length is suitable for the publication you are sending it to?

- คุณได้กำหนดความยามของงานเขียนแล้วหรือยัง ว่าเหมาะสมกับสิ่งพิมพ์ที่ใช้

 

Tip: Do not waste the editors time by sending a 2000 word article to a publication that requires articles between 500-750 words.

- สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ต้องการสารคดีประมาณ 500 700 คำ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่คุณต้องเขียนมันถึง 2000 คำ

 

8. Will you use quotes in your article? Quotes and antcedotes bring a story to life. Are the quotes from a reliable source and have you double checked that quotes used are acurately recorded?

- หากคุณมีข้อความที่ได้จากบุคคลอื่น คุณต้องมั่นใจว่าได้ตรวจทานข้อความนั้นๆอย่างถูกต้องแล้ว

 

9. Do you have a good lead, middle and ending?

- คุณมีจุดเริ่ม เนื้อหา และบทสรุปที่ดีพอหรือยัง

 

10. Have you proofread and edited your article to achieve the best possible version through re-writing your drafts to arrive at your final version?

- คุณได้ทดลองอ่านงานเขียนของคุณ เพื่อค้นหาจุดบกพร่องและเขียนมันออกมาใหม่หรือยัง

 

Have you made all corrections and necessary changes, have you checked spelling (this includes people and place names) grammar, punctuation etc?

- จุดบกพร่องต่างๆที่คุณควรใส่ใจคือ ตัวสะกดอักษร หลักภาษา การเว้นวรรคตอน และเครื่องหมายวรรคตอนที่ถูกต้อง ฯลฯ

 

11. If the feature is to be visual - have you provided the appropriate photographs, art work, line drawings, or other graphic illustrations to compliment your feature?

- หากสารคดีของคุณต้องใช้ภาพประกอบ คุณหาภาพประกอบที่เหมาะสมแล้วหรือยัง

 

12. Have you included everything in your envelope before sending your article to the publisher (including photos properly packaged) or, if the magazine or newspaper excepts online submissions have you given everything a final check before hitting the send button?

- ก่อนที่คุณจะส่งสารคดีไปให้สำนักพิมพ์ ต้องตรวจสอบว่าได้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องไปทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นงานเขียน รูปประกอบ และสิ่งที่จำเป็นไปด้วยก่อนส่งงานเขียนทุกครั้ง

08 April 2008

5 Minutes Freeze Project in Bangkok

เมื่อทุกวันนี้โลกมันหมุนเร็วจนเราตามไม่ทัน

ทำไมเราไม่ลองมาหยุดมันดูสักครั้ง?

5 Mins Freeze ถูกจัดมาแล้วหลายที่เลยนะครับ แล้วคนไทยจะไม่ลองเล่นดูบ้างเหรอ?
5 Mins Freeze คือกิจกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการหยุดนิ่งสัก 5 นาที
5 Mins Freeze เป็นกิจกรรมที่ทุกคนร่วมกันทำได้ครับ

 

 

 

ใครอยากรู้ว่า Freeze เป็นยังไง .. ดูที่นี่ได้เลย
http://www.jedineko.com/?p=1051
http://paepae.exteen.com/20080407/20-freeze-5

 

 

 

 

กำหนดการณ์ตอนนี้เราจะมี Freeze กัน ในวันที่ 20 เมษายน 2551
ซึ่งจะนัดรวมตัวกันก่อนในเวลา 15.00 นใ เพื่อซักซ้อม และให้สัญญาณ
Freeze กันเวลา 16.00 น. ครับ

รายละเอียดทั้งหมดดูได้ที่ http://paepae.exteen.com/20080407/20-freeze-5
ส่งชื่อร่วมกิจกรรมได้ที่

 

แล้วไป Freeze กันนะครับ

DAZING FLOWERS

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

กิจกรรมนางสาวไทย ประกวดนางงาม ในสมัยก่อน

ประเทศไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการประกวดนางงามดังต่อไปนี้

- ผู้เข้าประกวดจะต้องมีผู้สนับสนุน เช่น น้ำพริกแม่ประนอม น้ำมันพืชองุ่น

- ผู้เข้าประกวดจะต้องไหว้แบบหญิงไทยได้อย่างงดงาม ถ้าจะย่อต้องย่อจนจมูกลงไปไปจิ้มกับพื้น ไม่รู้จะย่อไปถึงไหนกัน

- ผู้เข้าประกวดจะต้องพึงระลึกว่าตัวเองเป็นผู้มีจิตใจเมตตากรุณาอยู่เสมอ ต้องมองโลกในแง่ดีตลอด อยู่บ้านชั้นจะด่าอะไรมากมายไม่สนใจ ขึ้นเวทีปั๊บเป็นคนดีทันที

- ผู้เข้าประกวดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของปีที่แล้วจะต้องมาร่วมงาน พร้อมทั้งกล่าวอำลามงกุฎก่อนทุกครั้ง

- ผู้เข้าประกวดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะต้องทำหน้าดีใจพร้อมน้ำตาไหล ประดุจโลกนี้มลายสิ้นแล้ว ห้ามกระโดดโลดเต้น กรี๊ดบนเวที ทางกองประกวดขอสงวนสิทธิ์ในการยึดมงกุฏของท่านคืนทันที

- ผู้เข้าประกวดไม่ต้องจัดเตียมกิ๊บติดผมมาเพื่อติดมงกุฏ ทางกองประกวดได้จัดป้าแก่ๆ ไว้สำหรับติดกิ๊บสีดำยาวๆไว้ให้ด้วยแล้ว

- ผู้เข้าประกวดที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ทั้งสองตำแหน่ง ต้องพึงระลึกเสมอว่า เมื่อใดที่กล้องจับมาที่หน้าหมายเลข 1 นั้น ห้ามทำหน้าอิจฉาเด็ดขาด ต้องยิ้มรับ และต้องเริ่มทำการหอมแก้มแบบดัดจริตแกล้งทำโดยด่วน (ทำไมต้องหอมแก้มวะ)

- เข้าประกวดที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ทั้งสองตำแหน่ง ต้องพึงระลึกเสมอว่า จะต้องนั่งถ่ายรูปกับผู้ชนะเลิศที่เก้าอี้เกียรติยศ บนที่วางแขนทางซ้ายละขวาเท่านั้น การนั่งเบียดกันลงไปในเก้าอี้นั้นไม่สามารถทำได้

- ผู้เข้าประกวดทุกคนที่ได้รับรางวัลจากผู้สนับสนุนรายการ จะต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าจะต้องเตรียมพร้อมที่จะถืออุปกรณ์ต่อไปนี้ หากได้รถยนต์ ท่านจะต้องแบกกุญแจรถปลอม ขนาดยักษ์ หากท่านได้บ้านท่านจะต้องแบกรูปบ้านจำลองขนาดยักษ์ หากท่านได้รับเงินสด ท่าจะต้องได้แบกตัวเลขใหญ่ๆไว้ พร้อมกับยิ้มเสมอ

- ผู้ที่มาร่วมชมการประกวดจะต้องนั่งที่โต๊ะจีนที่จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามจัดการแสดงเชียร์นางสาวไทยออกนอกหน้า ที่นี่ไม่ใช่ AF

- การแสดงของนางสาวไทยจะต้องเป็นการเต้น ผสมแอโรบิคเท่านั้น การเต้นฮิบฮอบ แจสแดนซ์ ไม่ใหน้าที่ หากต้องการเต้นมากกว่าแอโรบิคแนะนำให้ไปสมัครหลีดซีคอนแทน

แม่นาคพระขโนง

 

เมื่อวานได้ดู นางนาค
เป็นหนังผีอีกเรื่องที่น่ากลัวดี
นางนาคยุคใหม่ ตอนนั้นน่าจะประมาณปี 2542
เราไปดูเรื่องนี้ในโรง โอ๊ย น่ากลัวมาก
ฉากเด็ดๆก็อย่าง นางนาค ยืนห้อยหัวลงมาจากเพดานในวัด

หลังจากดูจบก็คิดถึงนางนาค
คิดว่าทำไมเมื่อนางนาคเป็นผีแล้วคนถึงกลัว
ในเมื่อทุกคน ถ้าเป็นผีแล้ว ต้องไปหลอกคนอื่นตลอดเหรอ
ทำไมนางนากถึงเฮี้ยนมากมาย
ทำไมผีต้องหลอกคน
ทำไมผีต้องมาแบบน่ากลัว

เอาเถอะๆ

ตอนเด็กๆเราฟังเรื่องนางนากบ่อยมาก
ปู่ย่า ตายาย ป้า น้า อา
เวลาจะเล่าเรื่องผีให้ลูกหลานฟังรับรองได้ว่า
นางนาค หรือ ผีแม่นาคพระขโนง
จะต้องติดอันดับ Top 10 ของเรื่องผีสุดฮิต

ผีแม่นาคที่เราฟังๆมาตั้งแต่เด็กไม่เหมือนในหนังเท่าไหร่
และในหนังจบลงที่การที่สมเด็จพระพุทฒาจารย์ฯ
สะกดวิญญาณนางนาคไว้ในชิ้นส่วนกระดูกหน้าผาก
แต่ในเรื่องเล่า และละครเมื่อก่อน
วิญญาณแม่นาคถูกถ่วงน้ำ ในหม้อดิน
(ถ้าอยากทำภาคต่อก็เปิดหม้อดินสิ)

ฉากสำคัญที่ต้องไม่ลืมพลาดในการเล่าเรื่องผีแม่นาค
คือฉากเก็บมะนาว ที่แม่นาคยืดมือออกมาเก็บมะนาวที่ตกลงไปใต้ถุนบ้าน
(อืม ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แต่มะนาวต้องยืดมือมาเก็บ)

ตอนเด็กๆผู้ใหญ่มักจะเล่าเรื่องผีให้ฟังบ่อยๆ
ครอบครัวเราเป็นแบบอยู่กันหลายๆบ้าน
มีบ้านป้าน้าอาติดๆกัน
เด็กๆลูกพี่ลูกน้องก็มักจะเล่นด้วยกัน
เวลาเล่าเรื่องผีก็จะมานั่งรวมตัวกันเป็นกระจุกๆ
ตอนกลางคืน และบางคนก็มาพร้อมผ้าห่ม
เอามาคลุมหัว
มันเป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลินมากๆ
ถึงแม้เด็กๆจะกลัว แต่ก็ยังชอบฟังอยู่ดี


** ทำไมในละครไทย

ผีต้องกลัวพระสงฆ์
เวลาผีจะหลอกต้องยกมือขึ้นสองข้าง
ผีไทยจะชอบหักคอ บีบคอ
เวลาผีออกมาหลอกต้องใส่ชุดสีขาว
เป็นผีต้องหน้าเละไว้ก่อน

 

 

 

นางนาค Fact shee
Wikipedia

ภาพยนตร์

แม่นาคพระโขนง - พ.ศ. 2502 นำแสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง
แม่นาคคืนชีพ - พ.ศ. 2503 นำแสดงโดย อดุลย์ ดุลยรัตน์, วิไลวรรณ วัฒนพาณิช
วิญญาณรักแม่นาคพระโขนง - พ.ศ. 2505 นำแสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง
แม่นาคคนองรัก - พ.ศ. 2511 นำแสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง, ชุมพร เทพพิทักษ์, ฤทธิ์ ลือชา (หนังเรทอาร์?)
แม่นาคพระนคร- พ.ศ. 2513 นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, อรัญญา นามวงศ์
แม่นาคพระโขนง - พ.ศ. 2516 นำแสดงโดย สุภัค ลิขิตกุล
แม่นาคอาละวาด - พ.ศ. 2516 นำแสดงโดย สุภัค ลิขิตกุล, ยอดชาย เมฆสุวรรณ
แม่นาคอเมริกา - พ.ศ. 2518 นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์
แม่นาคบุกโตเกียว - พ.ศ. 2519 (โกอินเตอร์มากๆ)
แม่นาคพระโขนง - พ.ศ. 2521 นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงศ์, ปรียา รุ่งเรือง
นางนาค ภาคพิศดาร - พ.ศ. 2528 นำแสดงโดย โน้ต เชิญยิ้ม, สีดา พัวพิมล
แม่นาคพระโขนง - พ.ศ. 2537 นำแสดงโดย ดาริน กรสกุล, รอน บรรจงสร้าง
นางนาก - พ.ศ. 2542 นำแสดงโดย ทราย เจริญปุระ, วินัย ไกรบุตร
นาค รักแท้/วิญญาณ/ความตาย - พ.ศ. 2548 นำแสดงโดย ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์, ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์


ละครโทรทัศน์

แม่นาคพระโขนง พ.ศ. 2533 ออกอากาศทาง ช่อง 3 นำแสดงโดย ตรีรัก รักการดี, เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์
แม่นาคพระโขนง พ.ศ. 2537 ออกอากาศทาง ช่อง 5 นำแสดงโดย ลีลาวดี วัชโรบล
แม่นาคพระโขนง พ.ศ. 2543 ออกอากาศทาง ช่อง 3 นำแสดงโดย กุลณัฐ ปรียะวัฒน์, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
แม่นาคพระโขนง พ.ศ. 2543 ออกอากาศทาง ช่อง 7 นำแสดงโดย พัชราภา ไชยเชื้อ, พีท ทองเจือ

03 April 2008

Eiffel Tower Extension

เก็บตกกับข่าว April Fools Day ครับ มีข่าวมากมายที่ดูแล้วตลก น่าทึ่ง และนี่คือการหลอกที่ดีดีไซน์ที่สุดของวันโกหก 1 เมษายน ปี 2551 ครับ
นี่คือข่าวส่วนต่อขยายของหอไอเฟลครับ เห็นแล้วก็อึ้ง ทึ่งเสียวมากมาย แถมคนทำยังประดิดประดอย ทำ Model Render 3D กันสุดริด ลองไปดูกันนะครับว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน อิอิ
 
 
serero_01.jpg

Paris-based Architects Serero have won an open competition to redesign any of the Eiffel Tower's public reception and access areas. Serero's proposal is a temporary addition to celebrate the Eiffel Towers 120th Anniversary by extending the top floor without any modification to the existing structure. It will expand the usable floor area from 280m2 to 580m2.

The Eiffel tower in Paris suffers from its success. Since its creation the amount of visitors coming to reach its top has increased to reach its limit capacity. 6.5 millions People wait between 35 minutes to 1H10 to reach the elevators. The floor area of each level decreases with the height because of the tower geometry resulting in very long waiting lines and crowd management problems.

Designed by Gustave Eiffel, the Eiffel Tower was built for the 1889 Expo in Paris.

Via Bustler

serero_02.jpg

The structure
The project will extend the top floor plate of the tower by grafting a high performance carbon Kevlar structure on it. The structure will be temporarily bolted to the slab without requiring any modification of the existing structure. It will expand the usable floor area from 280 m2 to 580m2. The extension is composed of 2 slabs connected to the third floor deck as well as the upper level used as an apartment of Mister Eiffel (a space provided for temporary resting of Gustave Eiffel).


serero_03.jpg

Generative Design
The design is based on a generative script, creating branches out of the primary structure of the tower. Inspired by the structural concept of Eiffel of three-dimensional cross bracing beams, the script unfolds along curved lines the "DNA" of the tower. The script used the existing structure at the top of the tower ( a 10 by 10 meters cube) to generate 3 structural weaves, which are interconnected. These layers are combined to create a woven complex, which is based on the redundancy and the non-repetition of patterns to increase its structural performance. In opposition with modern engineering (based on the concept of repetition and optimization), the project for the Eiffel tower extension is based on an alternative model of high performance.


serero_04.gif

02 April 2008

เมื่อคนสมัยนี้บอกเลิกผ่าน Wikipedia

มันก็แปลกอยู่นะครับหากมีคนเลิกกับแฟน Wikipedia แต่มันคงไม่แปลกหรอกครับเมื่อคนที่พูดแบบนี้คือผู้ก่อตั้ง Wikipedia หรือคุณ Jimmy "Jimbo" Wales นั่นเอง
 
 
เรื่องมันมีอยู่ว่าคุณ Jimmy กับแฟนสาวคือ Rachel Marsden และเรื่องที่เป็นข่าวคือ Jimmy ได้เข้าไปแก้ไขหน้าของตัวเองใน Wikipedia โดยมีประโยคที่ว่า - I am no longer involved with Rachel Marsden. ทำเอาแฟนๆเว็บหลายคน งงไปตามๆกัน (แต่ตอนนี้หาต้นตอไม่เจอแล้วนะครับ สงัสยคงแก้ไขไปแล้ว) ทีนี้คุณ Rachel ก็งงละสิ ตายละ ชั้นอยู่ของชั้นดีๆ แฟนก็บอกเลิกผ่าน Wikipedia ที่รู้เรื่องก็เพราะมีข้อความ text กระหน่ำเข้ามาหาเธอ ถามว่ารู้หรือยังว่าเลิกกัน (เอ๊ะ เจ้าตัวยังไม่รู้เลย!!) ชีเลยโทรไปหา ตกลงว่าจะเอาไง ทางฝ่ายชายก็ไม่รับโทรศัพท์ สุดท้ายแล้วมาเจอใน IM ก็เลยได้คุยกันได้ใจความดังนี้
 
-- Hours later he got back to me on an online instant messaging service. "I wrote, 'I think we need to talk, is that right, you just dumped me on Wikipedia?' And he replied, 'Yeah, I want to end it, I hope that's fine.'  --
 
เออ ดีเน๊อะ ไม่ได้ยินเสียงบอกเลิกกันด้วย ไม่รู้ว่าขณะส่ง IM นี่มีส่ง icon กระดุ๊กกระดิ๊กไปด้วยหรือเปล่า?
 
เรื่องที่มันส์กว่าคือเมื่อคุณแฟนฝ่ายหญิงคิดแก้แค้น โดยการนำเอาเสื้อยืดของ Jimmy ไปประมูลใน eBay ซะเลย เป็นเสื้อเหม็นๆ ของ Jimmy Wales ตอนนี้ไม่รู้ว่าราคา bid ไปกี่หมื่นเหรียญแล้ว เนืองจาก bid จบไปแล้ว แต่ที่ดูในทีวีรายการ inside edition ราคาไปถึง 2000 เหรียญแล้วครับ ใครอยากไปดูก็ลองไปที่นี่  Wikipedia Jimmy (Jimbo) Wales T-Shirt, left at ex-g/f's 
 
Rachel Marsden
Image from : Metro.co.uk
 
 
 
แปลกดีครับ หลายๆคนก็บอกว่าเลิกทำไมผู้หญิงออกจะเก่ง แต่ที่สำคัญคือจะเลิกกันก็นัดกันไปคุยดีๆ ดีกว่าไหม ....
 
Text by Pack
More :